จีคลับรอยัล เกมนี้เพื่อลุ้นหนีการตกชั้น

จีคลับรอยัล

ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน (นัดที่ 35 ฤดูกาล 2007/2008) จีคลับรอยัล โอซาซูน่า 1 – เรอัล มาดริด 2 โอซาซูน่า ทีมดังจากแคว้นปัมโปลน่า ต้องการชัยชนะเกมนี้อย่างมากเพื่อลุ้นหนีการตกชั้น โดยเจ้าถิ่นต้องขาด ฆวนฟราน ตอร์เรส ที่ติดโทษแบน สำหรับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด จ่าฝูง ลา ลีกา ต้องการชัยชนะจาก เรย์โน่ เด นาบาร์ร่า จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ลีกเป็นปีที่สองติดต่อกันทันที เกมนี้ไม่มี คริสโตฟ เม็ตเซล เดอร์ กองหลังชาวเยอรมัน ที่เพิ่งกลับมาลงซ้อม แต่ได้ รุด ฟาน นิสเตลรอย ดาวยิงชาวฮอลแลนด์ กลับมามีชื่อสำรอง โดยวาง ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า ลงมาเป็นหัวหอกตัวเป้า เปิดฉากครึ่งแรกได้แค่ 2 นาที ราชันชุดขาว ลุยใส่ทันที เซร์คิโอ รามอส เปิดให้กับ เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ ยิงจากในเขตโทษบอลพุ่งหลุดกรอบออกไป กระเถิบมาถึงนาทีที่ 24 มาอามาดู ดิยาร์ร่า รับบอลจาก กาเบรียล ไฮน์เซ่ ก่อนจะซัดเต็มข้อ เล่นเอา ริการ์โด้ โลเปซ นายทวารโอซาซูน่า ต้องชกหลุดเสาไป นาทีต่อมา โอกาสของ โอซาซูน่า บ้าง คาร์ลอส เวล่า ดาวเตะเม็กซิกัน หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษ แต่ไม่ผ่านการป้องกันของ อีเกร์ กาซิยาส นายทวารจอมหนึบของเรอัล มาดริด ผ่านมาถึงนาทีที่ 36 ซาวิโอล่า หยอดให้กับ เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ เทคตัวโหม่งบอลเข้ากรอบ ทว่า ริการ์โด้ โลเปซ นายทวารเจ้าบ้านปัดบอลข้ามคานไปได้อย่างหวุดหวิด หมดครึ่ง แรกเสมอกันไปก่อน 0-0 ครึ่งหลังเริ่มได้นาทีเดียว จีคลับ ทีมเยือนต้องเหลือแค่ 10 คน เมื่อฟาบิโอ คันนาวาโร่มาโดนใบเหลืองที่ 2 หลังเข้าเสียบยาโรสลาฟ ปลาซิลทางด้านหลัง จึงโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป จากนั้น นาทีเดียว โอซาซูน่าส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ เนื่องจากการ์ลอส เวล่าไปทำแฮนด์บอลเสียก่อน น.57 ราชันพลาดโอกาสทองไปอีกครั้ง เมื่อเวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์รับบอลมาจากเฟร์นานโด กาโก้ ก่อนยิงไกลด้วยซ้าย ส่งบอลแฉลบกองหลังโอซาซูน่า ย้อยตกลงไปชนคานกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย ต่อด้วยชอตที่ได้ฟรีคิกนอกกรอบ สไนจ์เดอร์เจ้าเก่าอาสายิงเอง ส่งบอลพุ่งผ่านกำแพงเข้ากรอบ แต่ริการ์โด้ยังล้มตัวปัดออกไปได้ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย สกอร์บอร์ดก็เปลี่ยนแปลง ในน.83 โอซาซูน่า ก็มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ เซร์คิโอ รามอส ทำแฮนด์บอล ในเขตโทษ ฟรานซิสโก้ ปูนญาล รับหน้าที่สังหารไม่พลาด โอซาซูน่า ขึ้นนำ 1-0 แต่แล้วถัดมาเพียง 4 นาที มาดริดก็ตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะ กอนซาโล่ อิกัวอีน เปิดลูกฟรีคิกเข้ามาหน้าประตู โอซาซูน่า แล้วก็เป็น อาร์เยน ร็อบเบน ที่โขกเข้าไป ให้มาดริดตีเสมอ 1-1 เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 89 แฟนๆราชันก็ได้เฮสนั่น!อีกครั้ง

เมื่อ กอนซาโล่ อิกัวอีน ยิงให้ มาดริดพลิกขึ้นนำ 2-1 จากนั้น รอยัลจีคลับ มาดริด ครองเกมเอาไว้ได้ จบเกม เรอัล มาดริด พลิกกลับมาชนะ โอซาซูน่า 2-1 ผงาดคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน ประจำฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จแล้ว แม้จะเหลือการแข่งขันอีก 3 นัดก็ตาม บาร์เซโลน่า 6 – บาเลนเซีย 0 “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า เพิ่งอกหักตกรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาด้วยการปราชัยให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษ ด้วยสกอร์ 0-1 เมื่อรวมผลสองนัด ส่วนการเล่นในลีกสามนัดหลังสุดไม่ชนะใครเลย จนชวดแชมป์ ลา ลีกา ไปแล้ว โดยสามประสานแดนหน้าได้ เธียร์รี่ อองรี กลับมาล่าตาข่ายเป็นตัวจริงร่วมกับ ซามูแอล เอโต้ และ ลีโอเนล เมสซี่ ซึ่งทั้ง 3 คนยิงรวมกันไป 30 ประตูแล้ว ทางด้าน “ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซีย ยังไม่ปลอดภัยต่อการหล่นชั้น ส่ง ดาบิด บีย่า ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ออกสตาร์ทครึ่งแรกได้แค่ 5 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายชิงขึ้นนำไปก่อน เมื่อ ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์ร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์ แหวกกองหลังบาเลนเซีย หลุดเข้าไปแต่โดน อเลซิส รูอาโน่ กองหลังไอ้ค้างคาว หวดล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ซึ่ง เมสซี่ รับอาสาซัดเข้าไปไม่พลาดช่วยให้ บาร์เซโลน่า นำก่อน 1-0 หลังจากนั้น 2 นาที บาร์ซ่า มาได้ประตูที่สองหนีห่างออกไป เมื่อ เมสซี่ หลุดเข้าไปเปิดให้กับ เธียร์รี่ อองรี ไหลบอลจากซ้ายให้กับ ชาบี เอร์นานเดซ ซัดจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ช่วยให้เจ้าบุญทุ่ม นำ 2-0 อย่างรวดเร็ว ทีมเยือนยังไม่ทันตั้งหลัก มาเสียประตูที่สามอีกในนาทีที่ 13 จากจังหวะที่ Royal1688 ซามูแอล เอโต้ กองหน้าทีมชาติแคเมอรูนของเจ้าบ้านหลุดเข้าไปทางเส้นหลังด้านซ้ายแล้วไหลคืนให้กับ เธียร์รี่ อองรี สอดขึ้นมาแปจมก้นตาข่าย ช่วยให้ บาร์เซโลน่า นำขาด 3-0 เข้าไปแล้ว ผ่านมาถึงนาทีที่ 21 ไอ้ค้างคาว ได้ลุ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ ดาบิด บีย่า เปิดลูกเตะมุมให้กับ รูเบน บาราฆา ทะยานขึ้นโขกบอลตรงกรอบ แต่ว่า บิคตอร์ บัลเดส นายทวารบาร์ซ่า กระโดดปัดออกไปได้ 4 นาทีต่อมา เดโก้ ซูซ่า กองกลางบาร์ซ่า ไปทำฟาวล์ มาร์เชน่า ของบาเลนเซีย เลยโดนผู้ตัดสินให้ใบเหลือง ทำให้ เดโก้ ชวดลงเล่นนัดหน้าที่เจอกับ เรอัล มาดริด คู่ปรับสำคัญ นาทีที่ 42 เมสซี่ ตัวเก่งของเจ้าบ้านจ่ายให้กับ เดโก้ ซัดออกข้างไป หมดครึ่งแรก บาร์ซ่า นำห่าง 3-0 เข้าสู่ครึ่งหลังได้ประมาณ 9 นาที เจ้าถิ่นพาบอลขึ้นมาทาง เอริก อบิดัล เปิดบอลให้ อองรี หลุดขึ้นไปทางด้าน ก่อนยิงเล่นทาง แต่ ติโม ฮิลเดบรันด์ นายทวารบาเลนเซีย ปัดไว้ได้อย่างหวุดหวิดจนกระทั่งนาทีที่ 58 บาร์เซโลน่า มาได้ประตูที่ 4 เมื่อ เมสซี่ ไหลออกทางซ้ายให้ อองรี จับหนึ่งจังหวะ ก่อนปั่นโค้งด้วยขวาส่งบอลเสียบโคนเสาสองไปอย่างสวยงามให้เจ้าบุญทุ่ม นำหายห่วง 4-0