มูรินโญ่ กุนซือมาดเข้ม สมัครเล่นรูเล็ต โชว์ฟอร์มเยี่ยมในเกมลีก

สมัครเล่นรูเล็ต

เว็บรูเล็ต

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือมาดเข้มของทัพ ” งูใหญ่” ได้ คริสเตียน คิวู กับ เดยัน สแตนโควิช ที่ได้พักมาในเกมที่แล้ว กลับมาเป็นตัวจริง ส่วน มาร์โก อาร์เนาโตวิช กองหน้าตัวใหม่ และ มาร์โก มาเตรัซซี่ สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ ขณะที่ ซามูเอล เอโต้ ลงเจอ บาร์ซ่า ต้นสังกัดเก่าประสานงานกับ ดิเอโก้ มิลิโต้ โดยมี เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ เพลย์เมคเกอร์ตัวใหม่ลงทำเกม

ด้าน บาร์เซโลน่า แชมป์เก่า โจเซป กวาร์ดิโอล่า สมัครเล่นรูเล็ต เทรนเนอร์หนุ่มแห่ง “เจ้าบุญทุ่ม” ขนดาวเตะระดับแนวหน้าอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, เธียร์รี่ อองรี และ ดาเนียล อัลเวส ลงสนามในเกมนี้เป็นตัวจริง หลังจากได้พักเป็นตัวสำรองในเกมลีกที่บุกชนะ เคตาเฟ่ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าทีมชาติสวีเดน ก็ลงมาเจอทีมเก่าเช่นกัน

เริ่มเกมการแข่งขันมาได้เพียงนาทีแรก เมสซี่ ได้โอกาสเลี้ยงเดี่ยวขึ้นมาหลบไป 2 คนก่อนโยกหลอก ลูซิโอ ยิงด้วยซ้าย เซซ่าร์ ออกแรงปัดบอลออกไป นาที 7 อิบราฮิโมวิช ได้โอกาสพักอกก่อนวอลเล่ย์ออกหลังไปเอง จากนั้น เมสซี่ ได้จังหวะโหม่งเบาไปหน่อยเข้ามือ เซซ่าร์

นาที 11 อินเตอร์ ได้ลุ้นบ้างจากการยิงไกลของ ไมค่อน บอลเหินข้ามคานออกหลัง จากนั้น นาที 28 มิลิโต้ ได้จังหวะซัดเต็มข้อยังไม่ผ่าน บัลเดส นาที 33 เกมบุกของเจ้าบ้านเริ่มมาเรื่อยๆ เมื่อ ไมค่อน ฉกบอลมาได้ก่อนจ่ายให้ เอโต้ ไหลเข้ากลางมี สไนจ์เดอร์ รออยู่ล็อกบอล 1 ทีก่อนอัดข้ามคาน

นาที 40 บาร์ซ่า ได้โอกาสบุกขึ้นมา อัลเวส หลุดล้ำหน้าเข้าไปจับบอลลงหน้าประตูก่อนใจกว้างไหลคืนให้ เกอิต้า แปบอลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายเกม ทีมเยือนมาเดินเครื่องบุกมากขึ้น และ เมสซี่ ได้บอลจากด้านข้างก่อนตัดเข้าในยิงด้วยซ้าย เซซ่าร์ ปัดข้ามคาน จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

มาต่อครึ่งหลังเพียงนาทีเดียว เว็บรูเล็ต เจ้าบ้านได้ลุ้นจากการยิงของ สไนจ์เดอร์ บอลพุ่งถากเสาไปนิดเดียว จากนั้น ทั้งสองทีมยังเล่นแบบกลัวเพลี่ยงพล้ำต่อกันมากเกินไป ทำให้ดอกาสจบสกอร์ในเกมนี้แทบไม่ค่อยมี

นาที 66 มิลิโต้ หลุดเดี่ยวเข้าไป แต่หาจังหวะยิงไม่ได้วนไปวนมาเป็น สตานโกวิช สอดเข้ายิงส่องข้ามคาน นาที 71 บาร์ซ่า เกือบได้ประตูขึ้นนำเมื่อ เมสซี่ เข้าแย่ง อัลเวส ยิงหน้าประตูกันเองเลยทำให้บอลข้ามคานไป ชนิดเสียของสุดๆ ท้ายเกม รูปเกมยังคงเป็นแบบเดิม และค่อนข้างอึดอัดสำหรับทั้งสองทีม โดย “บาร์ซ่า” มีโอกาสบุกได้มากกว่า ก็ยังทำอะไร อินเตอร์ ไม่ได้ จนจบเกม 90 นาทีเสมอกันไป 0-0 แบ่งทีมละแต้ม

ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ เดเบรเซ่น เจ้าบ้านเพิ่งโชว์ฟอร์มเยี่ยมในเกมลีก เอาชนะ เบิร์นลีย์ 4-0 เฟอร์นานโด ตอร์เรส – สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยังคงเป็นตัวหลัก ขณะที่ทีมเยือน ชื่อชั้นอาจดูเป็นรอง ทว่าผลงานในลีกถือว่าไม่ธรรมดา มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ลีก สูงสุด ฮังการี

ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่น บุกจากขวาไปซ้าย นาทีที่ 3 เจอร์ราร์ด ครอสยาวจากกลางสนามออกขวา จะให้ เบนายูน ทว่าบอลแรงเลยออกหลัง นาทีที่ 9 เดเบรเซ่น ได้โอกาสสวนกลับเร็ว บอลขึ้นมาทางขวา บอดนาร์ วางยาวเข้าไปในเขตโทษ ลึกเข้ามือ เรน่า

นาทีที่ 19 ลิเวอร์พูล ตัดเกมได้บริเวณหน้าเขตโทษ บอลเข้าทาง ริเอร่า กดเรียดด้วยขวา ทว่าไม่ตรงกรอบ สองนาทีต่อมา ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นอีกครั้ง บอลทุ่มเข้ามาจากฝั่งซ้าย ตอร์เรส พักอกให้ เดิร์ก เค้าท์ ผ่านมาที่ รูเล็ตออนไลน์ เจอร์ราร์ด ซัดด้วยขวาหลุดกรอบออกหลัง

นาทีที่ 30 แนวรับ ลิเวอร์พูล เคลียร์ไม่ดี บอลมาเข้าทางปืน เซอร์วิทโควิคส์ ซัดด้วยขวา เรน่า ต้องปัดออกหลัง นาทีที่ 37 ลิเวอร์พูล ขึ้นเกมบุกมาทางซ้าย ริเอร่า ลากจี้เข้าเขตโทษ ก่อนแปด้วยซ้าย โพเลคซิค เซฟได้จังหวะแรก บอลมาเข้าทาง เค้าท์ กดซ้ำจังหวะสอง ติดแนวรับทีมเยือนที่ยืนคุมเสา

นาทีถัดมา ลิเวอร์พูล ใกล้เคียงกับการได้ประตูอีกครั้ง ริเอร่า ลากจี้เข้าหาประตู ก่อนตัดสินใจซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ โพเลคซิค ยังหนึบเซฟไว้ได้อีกครั้ง ท้ายเกม เป็นลิเวอร์พูล ที่บุกกดัน และทำเกมได้วูบวาบกว่า อินซัว แทงออกซ้ายมาที่ ริเอร่า เปิดหักกลับมาให้ เจอร์ราร์ด แปด้วยขวาบอลเฉี่ยวเสาแรกออกหลัง

แต่แล้วช่วงทดเจ็บ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ เบนายูน แทงขึ้นหน้าให้ ตอร์เรส พาหนีแนวรับทีมเยือน ก่อนซัดด้วยขวา โพเลคซิค เซฟจังหวะแรกรับไม่อยู่ บอลเข้าทาง เดิร์ก เคาท์ ซ้ำระยะไม่ถึง 5 หลาส่งบอลเข้าประตู ก่อนจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นี้

มาต่อครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นาทีที่ 52 เดเบรเซน ทำเกมบุกขึ้นมาก่อนจะจบด้วยจังหวะยิงของ คิสส์ ทว่าไม่ตรงกรอบ นาทีที่ 53 จอห์นสัน เติมเกมบุกขึ้นมาก่อนพาบอลเข้ามาในเขตโทษ แนวรับเจ้าถิ่น เตะสกัดออกมาเข้าทาง เจอร์ราร์ด ง้างเท้าวอลเลย์ บอลพุ่งข้ามคานแค่คืบ

นาทีที่ 63 ลิเวอร์พูล ขึ้นเกมมาทางขวา เว็บบาคาร่า ยอสซี่ เบนายูน เรียกเสียงฮือฮาทั่วสนาม เมื่อลากพาบอล แหวกแข้งทีมเยือน 3 คนเข้าไปยิงที่เสาแรก โพเลคซิค ต้องออกแรงเซฟ นาทีที่ 67 เดเบรเซ่น เปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนแรก หลุยส์ รามอส เจ็บเล่นต่อไม่ไหว ซอลท์ เลคซ์โก้ ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 80 ลิเวอร์พูล ถอด อัลเบิร์ต ริเอร่า ออกส่ง ไรอัน บาเบิล ลงมาแทน ขณะที่ เดเบรเซ่น ส่ง โรเบิร์ต เฟคซ์ซิน ลงมาแทน ซาคาลี่ นาทีที่ 83 บอลจากกลางแทงเข้ามาในเขตโทษทางขวา ตอร์เรส เก็บได้ก่อนจ่ายเข้ากลาง เดิร์ก เค้าท์ เกี่ยวไม่ติดบอลเลยมาถึง เบนายูน ได้ซัดที่เสาไกล ทว่าบอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 86 เดเบรเซ่น ได้ลูกฟรีคิกบริเวณมุม ซ้ายของเขตโทษ จากจังหวะฟาวล์ของ สเคอร์เทล, ปีเตอร์ เซอร์วิทโควิคส์ ซัดไปเข้าซอง เรน่า นาทีที่ 88 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวผู้เล่น ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ ถูกส่งลงมาแทน ยอสซี่ เบนายูน ช่วงเวลาที่เหลือรวมทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ไม่มีการทำประตูเพิ่ม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ เดเบรเซ่น ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0